การพัฒนาธุรกิจของตัวเองนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องคิดค้นวิธีใหม่ๆ เองเสมอไป

ในปัจจุบันมีแผนธุรกิจใหม่ๆ มากมาย จากผู้ที่เคยประสบความสำเร็จมาเผยแพร่และบอกเล่าให้เราฟัง ผ่านทางหนังสือ หรือบทสัมภาษณ์ต่างๆ ซึ่งเมื่อเราหยิบไปปรับใช้กับธุรกิจตัวเองก็พบว่าบ้างก็ใช้ได้ บ้างก็ใช้ไม่ได้ และหลายๆ ครั้งก็พบว่ารูปแบบธุรกิจ หรือแผนการตลาดใหม่ๆ นั้นมีมากมายเหลือเกิน จนไม่รู้จะทดลองใช้อันไหนดี เพราะการทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะสามารถลองผิดลองลองถูกได้เสมอ เมื่อเกิดข้อผิดพลาดแล้วนั้นอาจหมายถึงจุดจบของธุรกิจเราได้เลย ดังนั้นจะดีกว่าใหม่ถ้าเราหันกลับมามองเรื่องพื้นฐาน 5 ประการที่เคยใช้ได้ผลกับทุกยุคทุกสมัย และนำมาปรับใช้กับอะไรใหม่ๆ ที่เราอยากให้เป็น หรือปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์มากขึ้นกันดีกว่า การพัฒนาธุรกิจของตัวเองนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องคิดค้นวิธีใหม่ๆ เองเสมอไป หนทางที่ง่ายกว่าคือการลองมองดูธุรกิจรอบๆ ตัวเราดูบ้างว่ามีแผนพัฒนาธุรกิจอะไรที่น่าสนใจและสามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเราเองได้บ้าง ซึ่งเราคงไม่ต้องมองไปไหนไกล เราสามารถเริ่มต้นได้จากดูคู่แข่งของเราเองก่อนว่าพวกเขามีอะไรที่ดีกว่าและนำหน้าเราอยู่ และยังมีอะไรที่ขาดหายไป หรือมีอะไรที่น่าจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก จากนั้นนำสิ่งที่เราเห็นมาวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อหาข้อดี ข้อเสีย และผลที่ตามมาเมื่อนำมาปรับใช้กับธุรกิจตัวเองว่ามีความคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน อย่างเช่น รูปแบบร้านของ Apple Store ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการหลายรายที่นำมาปรับใช้ เนื่องจากรูปแบบร้านที่เรียบง่าย เน้นให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและได้ทดลองเล่น ทดลองใช้ รวมไปถึงการบริการที่เอาใจใส่ ทำให้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เราก็สามารถนำจุดแข็งเหล่านี้มาปรับใช้ให้กับธุรกิจของตัวเองได้เช่นกัน หัวข้อนี้ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด แต่กลับมีคนเป็นจำนวนมากที่มักพลาดกันในเรื่องการใส่ใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เพราะคนส่วนมากนั้นมักเลือกที่จะเดาใจลูกค้ากันเอาเอง คิดกันเอาเองว่าลูกค้ามีความต้องการแบบนั้นแบบนี้ ทั้งๆ ที่วิธีที่ง่ายและได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำมากกว่าการคาดเดาก็แค่การถามลูกค้าตรงๆ หรือพยายามรับฟังลูกค้าให้มากขึ้นเพียงเท่านั้นเอง   ซึ่งวิธีการถามลูกค้านั้นก็สามารถทำได้โดยวิธีการทำแบบสอบถาม เพื่อรวบรวมข้อมูลและนำมาประเมินเพื่อพัฒนาสินค้า และการบริการแต่ละด้านให้ตรงจุด และตรงใจของลูกค้าให้มากขึ้นกว่าเดิม ส่วนการรับฟังนั้นก็ทำได้ไม่ยากเช่นกันเพียงแค่เราใส่ใจในสิ่งที่ลูกค้าพูด […]

 Go to post page

October 27th, 2015 by admin

การจัดระบบการเดินทางท่องเที่ยวของชาวตะวันตกในปัจจุบัน

การจัดระบบการเดินทางท่องเที่ยวของชาวตะวันตกนั้นเกิดขึ้นประมาณสมัยอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ อันได้แก่ อาณาจักรเปอร์เซียอาณาจักรเอสซีเรีย กรีก อียิปต์ และโรมัน การเดินทางได้ถูกนำมาใช้โดยกองทหารหรือกองทัพพวกพ่อค้า และผู้แทนรัฐบาลต่างๆในอดีตเป็นเหตุผลสำคัญ รวมทั้งเพื่อการติดต่อคมนาคมระหว่างรัฐบาลกลางกับอาณานิคมต่างๆที่อยู่ห่างไกลออกไป นอกจากนี้การเดินทางยังมีความจำเป็นสำหรับพวกช่างศิลป์ และสถาปนิกที่ถูกเรียกมาใช้จากดินแดนห่างไกล เพื่อการออกแบบและก่อสร้างพระราชวังที่ยิ่งใหญ่งดงามหรือหลุมศพขนาดมหึมาของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ในขณะเดียวกันการเดินทางยังช่วยทำให้เกิดมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ที่สำคัญๆเช่น ถนน ลำคลอง ผู้จดบันทึกระยะทาง คนเฝ้ายามสถานีไปรษณีย์ หลักบอกระยะทางบ่อน้ำหรือแอ่งน้ำดื่มพนักงาน ในสถานที่พักและร้านขายอาหารเป็นต้น ในยุคของอาณาจักรกรีกโบราณ มนุษย์เดินทางไปชมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ต้องการใช้สถานที่พักและบริการอาหารอย่างดี เป็นจำนวนมากไว้คอยบริการ ยุคนี้เริ่มมีการใช้เงินในการแลกเปลี่ยนสินค้าบ้างแล้ว ทำให้สะดวกในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ชาวโรมันยังได้นำเอาระบบกฎหมายออกเผยแพร่ไปยังอาณาจักรอื่นๆ  ที่เป็นอาณานิคมของโรมันด้วย  ชาวโรมันยังเป็นนักสร้างถนนที่ยิ่งใหญ่ ผลงานที่มีชื่อเสียงว่าเป็นถนนที่ก่อสร้างได้ดีที่สุดก็คือ Appian Way ซึ่งเป็นถนนหลวงสายหลักที่เชื่อมต่อไปยังประเทศกรีกและดินแดนภาคตะวันออก ชาวโรมันสามารถเดินทางเป็นระยะทางยาวถึง  73 ไมล์ จากกำแพงเฮเดรียน ในอังกฤษไปจนถึงลุ่มแม่น้ำยูเฟรตีส โดยปราศจากการข้ามเขตแนวพรมแดนของประเทศอื่นใด  เส้นทางการติดต่อสื่อสารนับได้ว่ายอดเยี่ยมและสถานที่พักนักเดินทางระหว่างการเดินทาง ก็ได้สร้างไว้ระยะๆตลอดเส้นทางการเดินทางจึงกล่าวได้ว่าชาวโรมันเป็นนักสร้างสรรค์โครงสร้างพื้น ฐานการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของโลกชาติหนึ่ง ( ทั้งระบบการติดต่อขนส่งและการสื่อสาร )ถึงแม้จะเป็นความจริงว่าชาวโรมันมิใช่เป็นชาติแรกที่ได้เดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ เพื่อความเพลิดเพลินก็ตาม แต่ชาวโรมันก็เป็นชนชาติแรกที่แท้จริงที่สร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยวระบบมวลชนขึ้นเป็นครั้งแรกทั้งโดยตัวอักษรและจิตใจที่แท้จริงในศตวรรษที่ 2 แห่งคริสต์กาล

 Go to post page

October 1st, 2015 by admin

เพิ่มศักยภาพชุมชนท่องเที่ยวทั่วประเทศ รับ AEC

กรมการท่องเที่ยว เดินหน้าเพิ่มศักยภาพชุมชนท่องเที่ยวทั่วประเทศ รับ AEC แนะกลยุทธ์การตลาด เจาะลึกพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาเซียน ปรับสินค้า-บริการ และกิจกรรมการท่องเที่ยวให้สอดรับกับกลุ่มเป้าหมาย พัฒนาองค์ความรู้ในการบริหารจัดการเพื่อสร้างชุมชนท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชน ไม่ว่าเป็นเรื่องของการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว การบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน การวางกลยุทธ์การตลาด การศึกษาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจากประเทศในกลุ่มอาเซียน การเพิ่มทักษะด้านภาษา ตลอดจนการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อสร้างอัตลักษณ์ที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคแถบนี้ นักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นกลุ่มที่ไม่อาจมองข้ามเพราะเป็นประเทศที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องและผู้คนมีกำลังซื้อ ขณะเดียวกันการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้นถือเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ ดังนั้นโครงการนี้จึงตอบโจทย์ของกระแสการท่องเที่ยวในปัจจุบันได้อย่างตรงจุด เพราะนอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนต่างๆ สามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณี และวิถีชีวิตของชุมชน มาใช้เป็นทุนในการดำเนินการด้านท่องเที่ยวแล้ว ยังมุ่งเน้นให้ชุมชนท่องเที่ยวได้ศึกษาตลาดและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประเทศ CLMV อันประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม ซึ่งกำลังเติบโตทางเศรษฐกิจ กลุ่มประเทศมุสลิม ที่มีวิถีปฏิบัติและวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป อย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน หรือประเทศที่มั่งคั่งทางการค้าอย่าง สิงคโปร์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางกลยุทธ์การตลาด การจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวของชุมชน และการสื่อสารที่เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น อันจะนำมาซึ่งความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่น่าจับตามอง ชุมชนต่างๆ สามารถนำความรู้และทักษะเกี่ยวกับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวไปปรับใช้กับชุมชนท่องเที่ยวของตนเอง ซึ่งเชื่อมั่นได้ว่านอกจากจะเป็นการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวของชุมชนให้สอดรับกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในระยะเวลาอันใกล้นี้แล้ว ยังนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอีกด้วย

 Go to post page

August 25th, 2015 by admin

แนวโน้มของการท่องเที่ยวในอนาคต

เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีตเห็นได้ว่ารูปแบบของการท่องเที่ยวได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก จนปัจจุบันมีรูปแบบการท่องเที่ยวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย และในอนาคต การท่องเที่ยวยังคงมีการพัฒนาต่อไปซึ่งสามารถแบ่งแนวโน้มของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวออกเป็น 8 ประเด็น ดังนี้ 1. การเดินทางท่องเที่ยวแบบคุณภาพ : ประชากรของโลกยังมีความต้องการการเดินทางท่องเที่ยวและเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่เจตคติของประชากรโลกในการเดินทางท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป การเดินทางท่องเที่ยวในอนาคตไม่ใช่เป็นการบริโภคที่ฟุ่มเฟือยอีกต่อไปแต่เป็นการท่องเที่ยวเพื่อแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ และพัฒนาคุณภาพชีวิต 2. การกระตุ้นประชาชนให้เดินทางท่องเที่ยว : การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรในประเทศอาทิ การลดชั่วโมงการทำงานอย่างในใต้หวันและเกาหลีการสนับสนุนให้ประชาชนมีโอกาสพัฒนาประสบการณ์ของตนจากการเดินทางท่องเที่ยว เช่น ประเทศญี่ปุ่น การลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้าอุปโภคบริโภคบางชนิดและภาษีนายจ้างในกลุ่มประเทศยุโรปซึ่งเป็นการกระตุ้นที่ก่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศมากขึ้น 3. นักท่องเที่ยวสามารถจัดการเดินทางด้วยตนเอง : ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เกิดการพัฒนาด้านการบินที่มีประสิทธิภาพสูง และช่วยย่นระยะทางในการเดินทางซึ่งเป็นสิ่งเอื้ออำนวยต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในการจัดการเดินทางด้วยตนเองอันเป็นรูปแบบการเดินทางที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น 4. เกิดการแข่งขันระดับโลกและการเดินทางข้ามภูมิภาคจะมีมากขึ้น : แต่ละประเทศยิ่งมีโอกาสในการรับนักท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคในขณะเดียวกันการสูญเสียตลาดนักท่องเที่ยวภายในภูมิภาคจะมีมากเช่นกันระดับการแข่งขันของแต่ละแหล่งท่องเที่ยวจึงเป็นการแข่งขันระดับโลกมากกว่าระดับภูมิภาคอย่างที่ผ่านมา 5. การแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทวีความรุนแรง : อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีสินค้าที่ทุกประเทศมุ่งให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตนดังนั้นระดับการแข่งขันในด้านตลาดการท่องเที่ยวจะทวีความรุนแรงมากขึ้นในทศวรรษต่อไปและมีแหล่งท่องเที่ยวเกิดใหม่เข้ามามีบทบาทในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น 6. กระแสต่อต้านแหล่งท่องเที่ยวในประเทศที่พัฒนาแล้ว : กระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโลกมีบทบาทตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 20และแผ่ขยายอย่างต่อเนื่องไปยังกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาจึงมีผลให้นักท่องเที่ยวให้ความสนใจต่อการศึกษาสภาพแวดล้อมและธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการป้องกันทางตรงเพื่อป้องกันการเดินทางท่องเที่ยวเริ่มลดน้อยลง เนื่องจากกลุ่มประเทศต่าง ๆ พยายามที่จะให้มีการเปิดเสรีทางการท่องเที่ยวมากขึ้นจึงมีการป้องกันการเดินทางในลักษณะทางอ้อมเข้ามาแทนที่ เช่น การทำลายสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หรือการต่อต้านการใช้แรงงานเด็กและสตรีในบางแหล่งท่องเที่ยวสิ่งเหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อต่อต้านแหล่งท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น 7. ความนิยมในการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนผสมผสานกับการศึกษาวิถีชีวิต : การท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนยังคงเป็นสัดส่วนที่สูงสุดแต่วัฒนธรรมและวิถีชีวิตเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดึงดูดใจนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ดังนั้น […]

 Go to post page

July 27th, 2015 by admin

การท่องเที่ยวเป็นสาขาบริการที่ไทยสามารถสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้สูงที่สุดในอาเซียน

ธุรกิจไทยต้องก้าวออกไปนอกประเทศมากขึ้น โดยใช้ตลาดอาเซียนเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความเข้มแข็งซึ่งยังเป็นระดับที่ไทยค่อนข้างได้เปรียบ ก่อนการรวมตลาดจะก้าวไปสู่ระดับที่ใหญ่ขึ้นเช่น ASEAN+3 ซึ่งจะต้องเจอการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากธุรกิจในจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ทั้งนี้ เราควรจะเริ่มต้นการ “ใช้แก่นความสามารถหรือใช้สิ่งที่เราเก่งอย่างเต็มรูปแบบ” พร้อมทั้งหาช่องทางจากกระแสที่จะเกิดขึ้นจากการรวมตัวเป็น AEC และลักษณะของตลาดในอาเซียน AEC จะยิ่งเป็นโอกาสที่มากขึ้นสำหรับธุรกิจที่ไทยมีความได้เปรียบและเป็นจุดแข็งของไทยอยู่แล้วในปัจจุบัน ได้แก่ ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ธุรกิจผลิตยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์และธุรกิจด้านการผลิตอาหาร การท่องเที่ยวเป็นสาขาบริการที่ไทยสามารถสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้สูงที่สุดในอาเซียน  โดยในปีปกติของการท่องเที่ยวที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกมากนัก ไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 18000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่ามาเลเซียซึ่งมีรายได้สูงเป็นอันดับสองประมาณ 20% และยังมีข้อได้เปรียบจากที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักจำนวนมาก จึงมีแนวโน้มที่จะตักตวงโอกาสจากการเติบโตของกระแสการท่องเที่ยวเอเชียที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคตได้มากทั้งนี้ the World  Tourism Organization คาดการณ์ไว้ว่าอีก 10 ปีข้างหน้าสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวทวีปเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นเป็น 27% จากประมาณ 20% ในปัจจุบัน สวนทางกับสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวยุโรปที่จะลดลงเหลือ 46% หรือจากประมาณ 52% ในปัจจุบัน การกลายเป็นตลาดเดียวกันของอาเซียนสามารถต่อยอดให้ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยมีช่องทางหารายได้เพิ่มเติม เช่น การขยายแพคเกจทัวร์เป็นแพคเกจท่องเที่ยวอาเซียน แทนการจัดแพคเกจเพียงในประเทศไทยโดยอาศัยการสร้างเครือข่ายบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน หรือแม้แต่ลงทุนตั้งสาขาหรือสำนักงานย่อยในต่างประเทศ โดยไทยจะมีข้อได้เปรียบจากการมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักจำนวนมากที่สุดในอาเซียนและสามารถใช้ชื่อเสียงดังกล่าวดึงดูดนักท่องเที่ยวก่อนต่อยอดขยายแพคเกจเดินทางไปสู่ประเทศอื่นๆ ในอาเซียนต่อได้ ธุรกิจด้านการผลิตอาหารแปรรูป และธุรกิจในอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนมีแนวโน้มได้ประโยชน์ค่อนข้างมาก จากความได้เปรียบทางด้านการผลิตและการค้าที่ไทยมีสัดส่วนส่งออกสูงที่สุดในอาเซียนโดยสัดส่วนมูลค่าการส่งออกถึง 77% […]

 Go to post page

June 18th, 2015 by admin